News

UN เรียกร้องออสเตรเลียเร่งแผนเลิกใช้ถ่านหิน กระทบสภาพอากาศ

ภัยธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่มาจากฝีมือของมนุษย์ทั้งนั้น แล้วยิ่งมนุษย์ไปเอารัดเอาเปรียบธรรมชาติมากเท่าไหร่ ธรรมชาติก็จะยิ่งเอาคืนอีกหลายเท่า

ออสเตรเลียส่งพลังงานเสียเป็นอันดับ 3 ของโลก

ในตอนนี้โลกของเราไม่ได้พบเจอเพียงแค่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เท่านั้น แต่ในแง่ของสภาพอากาศของโลกก็มีความแย่ไม่แพ้กัน และหากพูดถึงประเทศที่ปล่อยคาร์บอนออกมาทำลายสภาพอากาศของโลกเป็นอันดับต้น ๆ ‘ออสเตรเลีย’ นี่แหละ ที่ติด Top 3 ไปแบบไม่มีใครเถียงได้

ซึ่งอันดับการส่งออกพลังงาน(เสีย) ของออสเตรเลียตามหลังแค่ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อย่างประเทศรัสเซียและประเทศซาอุดีอาระเบียเท่านั้น ซึ่งสัดส่วนในการครองการค้าถ่านหินทั่วโลก ออสเตรเลียครองอยู่ถึง 29% นั่นจึงทำให้หลาย ๆ หน่วยงาน รวมถึง UN ได้มีการเรียกร้องผู้ส่งออกพลังงานที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น

ออสเตรเลียส่งพลังงานเสียเป็นอันดับ 3 ของโลก
ออสเตรเลียส่งพลังงานเสียเป็นอันดับ 3 ของโลก

ก่อนหน้านี้จีนเคยแบนถ่านหินจากออสเตรเลียมาแล้ว

ซึ่งในช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมาประเทศแผ่นดินใหญ่อย่างจีนก็แบนนำเข้าถ่านหินออสเตรเลีย ซึ่งเหตุผลในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด แต่เกิดมาจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนและออสเตรเลีย เนื่องจากออสเตรเลียพยายามเรียกร้องหาต้นตอของการแพร่ระบาดโควิด-19 ในจีน

ทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจ และสั่งแบนถ่านหินที่เป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมจีนไปในทันที และแน่นอนว่าจีนสามารถที่จะลดการนำเข้าของถ่านให้ความร้อนจากออสเตรเลียได้ในระยะยาว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการนำเข้าถ่านหินจากประเทศอื่นที่ราคาสูงกว่า ที่สำคัญในแง่ของคุณภาพก็อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตของจีนในระยะยาวได้เช่นกัน

แต่ถึงอย่างไรประเด็นนี้ก็ยังไม่ได้กระทบกับออสเตรเลียมากเท่าไหร่นัก เพราะออสเตรเลียก็ยังคงส่งถ่านความร้อนให้กับประเทศอื่น ๆ อีกอยู่ดี

ก่อนหน้านี้จีนเคยแบนถ่านหินจากออสเตรเลียมาแล้ว
ก่อนหน้านี้จีนเคยแบนถ่านหินจากออสเตรเลียมาแล้ว

ออสเตรเลียมีแผนลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็น 0 ภายในปี พ.ศ.2593

และเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ได้มีการรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ว่าขณะนี้ออสเตรเลียได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยคาร์บอนรายใหญ่สุดของโลก เมื่อเทียบกับอัตราหัวประชากร

โดยประเด็นนี้ UN ได้มีการร้องเรียกต่อกลุ่มประเทศสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียให้ลดการใช้ถ่านหินแบบเป็นขั้นตอน ให้กลายเป็น 0 ภายใน พ.ศ. 2573 และช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีพลังงานและสิ่งแวดล้อม ชาติสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจชั้นนำของโลก (G20) ว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายให้ทันเวลาได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนกลับเชื่อว่าอาจจะมีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว

ออสเตรเลียมีแผนลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็น 0 ภายในปี พ.ศ.2593
ออสเตรเลียมีแผนลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็น 0 ภายในปี พ.ศ.2593

ประเด็นนี้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ได้กล่าวว่า จะมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรประเด็นนี้ก็จะทำให้คนตกงานมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ UN ก็เข้าใจเรื่องนี้ดีว่าบทบาทของถ่านหิน และเชื้อเพลิงฟอซซิลอื่น ๆ มีผลต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย แต่อุตสาหกรรมนี้มีผลต่อการจ้างงานเพียงแค่ 2% ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศเท่านั้น ดังนั้นคงต้องอาศัยการสนทนาเป็นวงกว้าง ตรงไปตรงมา และมีเหตุผลเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่แท้จริงของออสเตรเลีย

ดังนั้นในช่วงเวลานี้ออสเตรเลียกำลังอยู่บนเส้นทางของการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ทันในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ รัฐบาลแคนเบอร์จึงได้มีการร่างเป้าหมายขึ้นมาใหม่ และยื่นต่อที่ประชุมในเมืองกลาสโกว์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากออสเตรเลียแล้วกลุ่มประเทศพัฒนาอื่น ๆ ก็ได้มีการตกลงที่จะลดเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนให้เป็น 0 ภายในปี พ.ศ.2593 เพื่อยับยั้งภาวะโลกร้อน และไม่ให้อากาศเป็นพิษมากกว่าเก่า

เรื่องการยกเลิกส่งออกถ่านหิน ปฏิเสธยากเลยว่าประเด็นนี้จะทำให้คนตกงานมากขึ้น จะให้คนกลุ่มนี้เปลี่ยนอาชีพแบบกะทันหัน เล่นสล๊อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่น หารายได้เสริม ในตอนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะฉะนั้นประเด็นนี้คงต้องร่วมกันหาทางออกแบบจริง ๆ จัง ๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับโลก และไม่กระทบต่อมนุษย์โลกในเวลาเดียวกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *