News

ภัยธรรมชาติจากทั่วโลก สัญญาณเตือนครั้งใหญ่ภาวะโลกร้อน

ยิ่งมนุษย์สร้างสิ่งล้ำหน้ามากเท่าไหร่ มันก็มักจะส่งผลต่อธรรมชาติมากเท่านั้น และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติกำลังเอาคืนมนุษย์โลกที่ชอบกระทำอะไรตามอำเภอใจ

หรือถึงเวลาแล้วที่โลกกำลังเอาคืนมนุษย์ ผ่านภัยธรรมชาติ

ซึ่งหากใครที่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองในตอนนี้ คงจะรู้กันดีว่านอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีคูณความรุนแรงและหนักหน่วงทั่วทั้งโลก จนทำให้มีคนเสียชีวิตนับล้านคนแล้ว อีกหนึ่งสถานการณ์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก คือภัยธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลกที่กำลังเกิดขึ้นแบบพร้อม ๆ กัน ที่ดูแล้วเหมือนเรากำลังชมหนังวันสิ้นโลก หากแต่เรื่องนี้ไม่มีบท ไม่มีนักแสดงชื่อดัง แต่ใช้คนจริง ๆ แสดงและใช้ภัยธรรมชาติเป็นฉากหลัง

ทั้งฝุ่นควันพิษ น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ไฟป่า และภัยธรรมชาติอื่น ๆ อีกมามาย ที่สำคัญภัยธรรมชาติเหล่านี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันเป็นภัยธรรมชาติที่ทำลายสิ่งก่อสร้างจากฝีมือมนุษย์และมันยังค่อย ๆ คร่าชีวิตผู้คนไปบนโลกไปทีละเล็กทีละน้อยอีกด้วย

อุณหภูมิโลกเฉลี่ยกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ
อุณหภูมิโลกเฉลี่ยกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ

อุณหภูมิโลกเฉลี่ยกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ

การเกิดขึ้นของภัยธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านต่างชี้ว่านี่เป็นผลมาจากสภาพอากาศโลกที่กำลังเปลี่ยนไป จึงทำให้ธรรมชาติเกิดบ่อยขึ้น มิหนำซ้ำมันยังส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย

และเมื่อไม่นานมานี้ องค์การบริหารด้านมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration-NOAA) ได้มีการเปิดเผยว่าเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นเดือนที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกในสถิติ ซึ่งวัดมาจากค่าพื้นผิวดินและพื้นผิวน้ำ จากนั้นทำการเฉลี่ยออกมาก็ได้ตัวเลขที่สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของศตวรรษที่ 20 ไปเกือบถึง 1 องศาเซลเซียส ร้อนกว่า 5 ปีที่แล้ว 0.01 องซาเซลเซียส และยังเป็นเดือนที่โลกร้อนที่สุดในรอบ 142 ปี ที่สำคัญยังเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของเอเชียและยุโรปอีกด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าสภาพอากาศที่ร้อนแบบมันส่งผลโดยตรงต่อความผิดปกติของพายุไซโคลนโซนร้อนในปีนี้ (รุนแรง)

หรือถึงเวลาแล้วที่โลกกำลังเอาคืนมนุษย์ ผ่านภัยธรรมชาติ
หรือถึงเวลาแล้วที่โลกกำลังเอาคืนมนุษย์ ผ่านภัยธรรมชาติ

โดยประเด็นนี้นายอันโตนิโอ กูเตียเรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ได้กล่าวว่า “หากเป็นเมื่อก่อนเราก็ยังคงหลีกเลี่ยงไม่แก้ปัญหาโลกร้อนได้ เพราะผลกระทบต่าง ๆ ยังไม่ได้สร้างความรุนแรงมากนัก แต่ในตอนนี้เราไม่มีเวลาเหลือที่จะเพิกเฉยต่อปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว”

นอกจากนี้ในรายงานของยูเอ็น ยังได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า นับตั้งแต่ช่วงปี 2513 อุณหภูมิบนพื้นผิวโดยเฉลี่ยรอบ 50 ปี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในตลอดช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา หลาย ๆ ประเทศในยุโรปมีอุณหภูมิร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียส โดยอากาศในเมืองซิซิลีของอิตาลี ร้อนทำสถิติสูงสุดถึง 48.8 องซาเซลเซียส แต่ที่สูงแตะ 49.6 องศาเซลเซียสจะอยู่ที่หมู่บ้านลิทตั้น ในรัฐบริติช โคลัมเบีย แคนาดา

พายุไอดารุนแรงขึ้น ก็มีผลมาจากภาวะโลกร้อน

และล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ‘พายุไอดา’ ก็ได้พัดถล่มสหรัฐฯ ที่นอกจากพายุลูกนี้จะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแล้ว มันยังเป็นสะท้อนให้เห็นถึงภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

พายุไอดารุนแรงขึ้น ก็มีผลมาจากภาวะโลกร้อน
พายุไอดารุนแรงขึ้น ก็มีผลมาจากภาวะโลกร้อน

ซึ่งอิทธิพลชของพายุไอดาได้ส่งผลทำให้เกิดเป็นพายุทอร์นาโดหลายลูก ที่พากันพัดถล่มอาคารบ้านเรือนในรัฐนิว เจอร์ซีย์ ในขณะที่นิวยอร์กก็กำลังเจอกับสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังเกิดภาพลักษณะเดียวกับน้ำท่วมมณฑลเหอหนาน นั่นคือภาพที่กระแสน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินในย่านแมนฮัตตัน และน้ำตกขนาดย่อมตรงบริเวณทางขึ้น – ลงบันได ของสถานีรถไฟใต้ดินย่านบรูคลิน

โดยเรื่องนี้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาจมีแนวโน้มเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งและรุนแรงได้มากขึ้น ดังเห็นได้จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจีนและพื้นที่ตอนกลางของยุโรปในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยสักนิด เพราะในไทยเองก็มักพบเจอกับสถานการณ์เหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นควรเฝ้าระวังตัวเอง ทำประกันสุขภาพป้องกันเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินก็คงดีไม่น้อยเหมือนกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *