News

มลพิษทางอากาศในอินเดีย ทำให้อายุขัยของคนในประเทศลดลง

นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เป็นสิ่งเลวร้ายแล้ว ในตอนนี้มลพิษทางอากาศก็เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลวงของอินเดียอย่างกรุงนิวเดลี ก็กำลังเจอศึกหนักในเรื่องของมลพิษทางอากาศเช่นกัน

ผลการศึกษาชี้ มลพิษในอินเดียเลวร้าย ทำคนอายุขัยสั้นลง

กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียมีประชากรอาศัยอยู่ราว ๆ 19 ล้านคน ซึ่งในช่วงปี 2017 อินเดียมีคุณภาพอากาศเข้าขั้นวิกฤตจนถึงขั้นต้องยกเลิกเที่ยวบินและปิดโรงเรียน อีกทั้งฝุ่นพิษยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย โดยในปีนั้นได้เกิดผลการศึกษาว่าคนอินเดียจะมีอายุขัยที่ลดลง 5.3 ปี เพราะฝุ่นมลพิษ

แต่แล้วในปี 2021 ซีเอ็นเอ็น ก็ได้มีการรายงานเกี่ยวกับการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศอินเดียว่า มันเลวร้ายขึ้นกว่าเดิมจนทำให้อายุเฉลี่ยของคนอินเดียหลายล้านคนลดลงมากถึง 9 ปี

ผลการศึกษาชี้ มลพิษในอินเดียเลวร้าย ทำคนอายุขัยสั้นลง
ผลการศึกษาชี้ มลพิษในอินเดียเลวร้าย ทำคนอายุขัยสั้นลง

คนในอินเดีย อาจมีอายุขัยเพิ่มขึ้น 10 ปี หากลดจำนวนมลพิษได้

ซึ่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 สถาบันนโยบายด้านพลังงาน ประจำมหาวิทยาลัยชิคาโก (EPIC) ในรัฐอิลลินอยส์ ของสหรัฐฯ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศในอินเดีย ว่าในตอนนี้มีผู้อาศัยในอินเดียกว่า 1,300 ล้านคน ต้องเผชิญกับระดับมลพิษเฉลี่ยเกินแนวทางที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด ซึ่งในช่วงปี 2562 รัฐบาลกลางอินเดียเคยประกาศเรื่องการรณรงค์ฟอกอากาศแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายจะลดฝุ่นละอองพิษให้ได้ถึง 30% ภายในปี 2567

แต่ทว่าไม่กี่ปีต่อมา ฝุ่นพิษกลับทวีความรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะที่บริเวณรัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตก และรัฐมัธยประเทศ ตอนกลาง

คนในอินเดีย อาจมีอายุขัยเพิ่มขึ้น 10 ปี หากลดจำนวนมลพิษได้
คนในอินเดีย อาจมีอายุขัยเพิ่มขึ้น 10 ปี หากลดจำนวนมลพิษได้

ที่สำคัญกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ก็ยังคงมีปริมาณฝุ่นพิษอยู่ในระดับที่สูงเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้หากมลพิษทางอากาศสามารถลดลงได้ตามแนวทางขององค์กรอนามัยโลก คนในประเทศจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้นานถึง 10 ปี และหากฝุ่นพิษลดลงได้ตามมาตรฐานของอินเดีย จะมีอายุขัยเพิ่มขึ้น 7 ปี โดยประมาณ (ไม่ว่าจะเป็นแนวทางไหนหากฝุ่นพิษลดลงก็จะมีอายุขัยเพิ่มขึ้น)

อีกทั้ง การศึกษาในครั้งนี้ยังพบอีกว่า มลพิษทางอากาศที่กำลังเกิดขึ้นจะทำให้อายุคนเฉลี่ยของชาวอินเดียร้อยละ 40 ของประเทศ หรือราว ๆ 520 ล้านคน ลดลงด้วยเช่นกัน หากยังไม่มีการแก้ไข

ผลบังคับใช้เรื่องการควบคุมมลพิษในอินเดีย ยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ

และเนื่องจากมลพิษจากยานพาหนะ ขยะอุตสาหกรรม  การเผาพืชผลของการทำเกษตรกรรม รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ จึงทำให้ประเทศอินเดียต้องต่อสู้กับปัญหาหมอกควันมาอย่างยาวนาน จนทำให้อากาศในอินเดียแย่กว่าจีน นอกจากนี้ยังมีการรายงานจากองค์การอนามัยโลกอีกว่า เตาหุงต้มอาหารแบบใช้ฟืน เป็นเครื่องครัวที่นิยมใช้มากในชนบท ซึ่งนั่นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะภายในบ้านที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อคนในบ้านเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงปัญหาฝุ่นควันที่กำลังเกิดขึ้นด้วย

นอกจากนี้ เคิร์ก อาร์. สมิธ ศาสตราจารย์ด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมชื่อดังระดับโลก จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา ยังได้บอกอีกว่า กฎหมายควบคุมมลพิษในอินเดียยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงทำให้ตอนนี้อินเดียยังไม่สามารถที่จัดการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

ผลบังคับใช้เรื่องการควบคุมมลพิษในอินเดีย ยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ
ผลบังคับใช้เรื่องการควบคุมมลพิษในอินเดีย ยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ

ซึ่งไม่เพียงแค่มลพิษทางอากาศในอินเดียเท่านั้นที่เป็นปัญหาระดับภูมิภาค แต่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียใต้ก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญนี้เช่นเดียวกัน ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย เนปาล และบังกลาเทศ ซึ่งประเทศเหล่านี้จะติดอันดับประเทศที่มีมลพิษทางอากาศสูงติดอันดับโลกมาโดยตลอด และผู้คนที่อาศัยอยู่ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะมีอายุขัยเฉลี่ยน้อยลงเช่นกัน

สำหรับประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า เพราะผลการศึกษา เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมีคุณภาพอากาศย่ำแย่ติดอันดับโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นถือเป็นอันดับที่ไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยทุกคนจึงจำเป็นต้องลดพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่ออากาศ เพื่อให้คุณภาพอากาศในบ้านเราไม่ติดอันดับโลก และเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน นอกจากนี้เลือกทำประกันสุขภาพคุ้มครองเอาไว้ ก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย หากเกิดปัญหาฉุกเฉินขึ้นมาในอนาคต

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *